Whale and Vibe
ภาพมุมสูงของย่านตึกแถวเก่าในกรุงเทพฯ ยามเช้า หลังคาสังกะสีและดาดฟ้าทอดยาวจนสุดสายตาในแสงแดดอ่อนสีอุ่น

เมืองและชุมชน

ในคูหาเล็ก ๆ เช้าวันเลือกตั้ง: เกมที่คนทั้งเมืองเล่นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

ป้าคนหนึ่งยืนหน้าคูหาแล้วถามตัวเองเงียบ ๆ ว่าคนอื่นทั้งเมืองจะเลือกใคร เบื้องหลังคำถามธรรมดานั้นคือทฤษฎีเกม เลนส์ที่ช่วยให้เห็นว่าเมืองหนึ่งตัดสินใจร่วมกันอย่างไร และทำไมหน้าที่ของคนที่เราเลือกคือการเปลี่ยนกติกา ไม่ใช่เปลี่ยนคน

เรื่อง Whale Andbooks · ภาพ Daisy Lovelace · 29 มิถุนายน 2026

3

เจ็ดโมงเช้าวันอาทิตย์ โรงเรียนประถมแห่งหนึ่งย่านฝั่งธนบุรีเปิดประตูรับคนที่มายืนรอตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเต็มที่ ป้าคนหนึ่งในเสื้อยืดสีจางถือบัตรประชาชนกับแผ่นพับหาเสียงที่พับจนยับ แกบอกคนข้าง ๆ ว่ามาเช้าเพราะกลัวแดด แล้วก็เงียบไป มองป้ายเลขคูหาเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ในใจที่ไม่ได้พูดออกมา

สิ่งที่ป้ากำลังคิด อาจไม่ใช่แค่ว่า "เราชอบใคร" แต่เป็นคำถามที่ลึกกว่านั้นนิดหนึ่ง — คนอื่นทั้งเมืองเขาจะเลือกใครกัน เสียงของเราจะไปอยู่กับฝั่งที่ชนะ หรือจะหล่นหายไปเฉย ๆ คำถามแบบนี้ไม่มีใครสอน แต่คนกรุงเทพฯ เกือบทุกคนเคยถามตัวเองในคูหาเล็ก ๆ แบบนี้มาแล้ว

นักคณิตศาสตร์เรียกการคิดแบบนี้ว่า "ทฤษฎีเกม" ซึ่งฟังดูเย็นชาและห่างไกล แต่จริง ๆ แล้วมันเกิดจากเรื่องธรรมดาที่สุดเรื่องหนึ่งของมนุษย์ คือการพยายามเดาใจคนอื่นก่อนตัดสินใจ ทุกครั้งที่เรารอให้ไฟเขียวพร้อมกับคนอื่นทั้งสี่แยก ทุกครั้งที่เราเลือกต่อคิวร้านที่คนเยอะเพราะเดาว่ามันต้องอร่อย เรากำลังเล่นเกมที่ผลลัพธ์ของเราขึ้นอยู่กับสิ่งที่คนอื่นทำ ไม่ใช่แค่สิ่งที่เราอยากได้

ภาพมุมสูงของกรุงเทพฯ ยามเช้า ดาดฟ้าตึกแถวเก่าทอดยาวจนสุดสายตาในแสงนวลอุ่น

เมืองที่ตัดสินใจพร้อมกันโดยไม่ได้นัดกัน

ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ปี 2565 มีบางอย่างที่น่าสังเกตเกิดขึ้น คนจำนวนมากไม่ได้เลือกคนที่ตัวเองชอบที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง แต่เลือกคนที่ "น่าจะชนะ" และพอที่จะรับได้ พวกเขากลัวว่าถ้ากระจายเสียงไปให้คนที่ชอบจริง ๆ แต่โอกาสน้อย เสียงนั้นจะกลายเป็นการเปิดทางให้ฝั่งที่ตัวเองไม่อยากได้ ความกลัวเงียบ ๆ แบบนี้แพร่จากคนหนึ่งไปอีกคนหนึ่ง จนทั้งเมืองค่อย ๆ ขยับไปรวมกันที่จุดเดียว

นักทฤษฎีเกมชื่อ โทมัส เชลลิง เคยตั้งคำถามง่าย ๆ ว่า ถ้าคุณกับเพื่อนต้องนัดเจอกันในนิวยอร์กโดยไม่ได้ตกลงเวลาและสถานที่ไว้ คุณจะไปที่ไหน คนส่วนใหญ่ตอบเหมือนกันอย่างน่าประหลาด คือสถานีแกรนด์เซ็นทรัล ตอนเที่ยง ไม่ใช่เพราะมันถูกที่สุด แต่เพราะทุกคนเดาว่าคนอื่นจะคิดแบบเดียวกัน เชลลิงเรียกจุดนัดพบที่ไม่ต้องสื่อสารกันแบบนี้ว่า "focal point" และเมืองทั้งเมืองก็หาจุดแบบนี้เจอได้ด้วยตัวเอง แม้ในเรื่องใหญ่อย่างการเลือกคนมาดูแลบ้านของตัวเอง

แถวผู้คนยืนรอเรียงยาวริมกำแพงในแสงเช้า เงาทอดยาวบนพื้น มองจากด้านหลัง

ป้าที่ยืนอยู่หน้าคูหาจึงไม่ได้ตัดสินใจคนเดียว แกตัดสินใจพร้อมกับคนอีกหลายล้านที่แกไม่เคยเห็นหน้า ต่างคนต่างเดาใจกัน แล้วลงเอยด้วยคำตอบที่ใกล้เคียงกันอย่างไม่น่าเชื่อ

เกมเดียวกันนี้กำลังเล่นกันอยู่ทั้งโลก

ออกจากคูหาในซอยฝั่งธนฯ ขึ้นไปมองให้ไกลกว่านั้น เกมแบบเดียวกันนี้กำลังถูกเล่นอยู่ในเมืองหลวงทั่วโลก ผู้นำประเทศที่ลังเลว่าจะลดคาร์บอนก่อนหรือรอให้ชาติอื่นลดก่อน นักลงทุนที่เทขายเพราะเดาว่าคนอื่นกำลังจะเทขาย ประเทศที่สะสมอาวุธเพราะกลัวว่าเพื่อนบ้านจะสะสมก่อน ทั้งหมดนี้คือคนกลุ่มหนึ่งที่ตัดสินใจโดยจ้องดูว่าอีกกลุ่มจะทำอะไร

ผู้คนจำนวนมากกำลังข้ามทางม้าลายพร้อมกันกลางสี่แยกในเมือง มองจากมุมสูง
ทุกการข้ามถนนพร้อมกันคือข้อตกลงเงียบ ๆ ที่ไม่มีใครเซ็น

สิ่งที่ทฤษฎีเกมบอกเราอย่างไม่ปรานีก็คือ คนแต่ละคนทำสิ่งที่สมเหตุสมผลที่สุดสำหรับตัวเองได้ แต่พอรวมกันแล้วผลลัพธ์อาจแย่ลงสำหรับทุกคน นักเศรษฐศาสตร์เรียกมันว่า "โศกนาฏกรรมของส่วนรวม" และกรุงเทพฯ คือตำราเล่มหนาของเรื่องนี้ ทุกคนขับรถส่วนตัวเพราะมันสะดวกกว่าสำหรับตัวเอง สุดท้ายทั้งเมืองติดอยู่บนถนนเดียวกัน ทุกโรงงานปล่อยควันเพราะการติดเครื่องกรองมีต้นทุน สุดท้ายเราหายใจฝุ่นชุดเดียวกันในเดือนมกราคม

ไม่มีใครในเรื่องนี้เป็นคนเลว ทุกคนแค่เล่นเกมตามกติกาที่มีอยู่ และกติกานั้นออกแบบมาให้การเห็นแก่ตัวเล็ก ๆ ของแต่ละคนกลายเป็นความเดือดร้อนก้อนใหญ่ของทุกคน

หน้าที่ของคนที่เราเลือก คือเปลี่ยนกติกา

ถ้ามองแบบนี้ งานของผู้ว่าฯ หรือผู้นำคนใดก็ตาม จึงไม่ใช่แค่การสั่งให้คนทำตัวดีขึ้น เพราะการขอให้คนเสียสละทั้งที่กติกายังให้รางวัลกับการเห็นแก่ตัวนั้นแทบไม่เคยได้ผล งานจริงคือการเปลี่ยนเกม ทำให้รถเมล์กับรถไฟฟ้าดีพอจนการทิ้งรถไว้บ้านกลายเป็นทางเลือกที่ฉลาดกว่าสำหรับแต่ละคน ทำให้การแยกขยะหรือการดูแลคลองเป็นเรื่องที่คนได้ประโยชน์เมื่อทำ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องฝืนใจทำเพราะถูกบอกว่าควร

เปลี่ยนกติกาให้สิ่งที่ดีต่อส่วนรวมกลายเป็นสิ่งที่ดีต่อตัวเองไปด้วย นั่นคือศิลปะที่ยากที่สุดของการบริหารเมือง และเป็นเหตุผลที่เสียงของป้าในคูหาเช้านั้นมีน้ำหนักมากกว่าที่แกคิด

ชายคนหนึ่งนั่งกินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านริมทางยามค่ำ ไอควันลอยขึ้นจากชามในแสงไฟอุ่น

สายวันนั้นป้าเดินออกจากคูหา หย่อนบัตรลงหีบ แล้วก็กลับบ้านไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แกคงไม่ได้คิดว่าตัวเองเพิ่งเล่นเกมที่ซับซ้อนที่สุดเกมหนึ่งที่มนุษย์เคยคิดค้น เกมที่ไม่มีเสียงนกหวีดหมดเวลา เล่นกันต่อไปทุกเช้าที่เราออกจากบ้าน ทุกครั้งที่เราเลือกจะเชื่อใจคนแปลกหน้าบนถนนเส้นเดียวกัน เมืองหนึ่งเมืองก็คือข้อตกลงเงียบ ๆ ที่คนหลายล้านคนเขียนขึ้นใหม่ทุกวัน โดยไม่มีใครเซ็นชื่อกำกับ

Whale Andbooks

ผู้เขียน

Whale Andbooks

ผู้ก่อตั้งและบรรณาธิการ Whale and Vibe เชื่อว่าเรื่องเล่าดี ๆ ต้องการเวลา และการอ่านช้า ๆ คือของขวัญที่หายากขึ้นทุกวัน

Daisy Lovelace

ภาพถ่าย

Daisy Lovelace

ศิลปินภาพประจำกองบรรณาธิการ ดูแลภาพประกอบของ Whale and Vibe — ภาพประกอบสร้างด้วย AI ภายใต้การกำกับศิลป์ของกองบรรณาธิการ

จดหมายจาก Whale and Vibe

เรื่องเล่าและบันทึกที่เราเลือกมาเล่า ส่งถึงกล่องอีเมลของคุณเป็นครั้งคราว

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่ร่วมพูดคุย

เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมแสดงความคิดเห็น

หญิงสาวในชุดยาวสมัยวิคตอเรียนนั่งเขียนหนังสือที่โต๊ะไม้ริมหน้าต่าง มองออกไปยังแสงนุ่มนอกหน้าต่าง
46 ครั้ง

เทคโนโลยี

ผู้หญิงที่เขียนโปรแกรมก่อนโลกจะมีคอมพิวเตอร์: ทำไมผมตั้งชื่อ AI ของตัวเองว่าเอดา

ผู้หญิงที่เขียนโปรแกรมก่อนโลกจะมีคอมพิวเตอร์: ทำไมผมตั้งชื่อ AI ของตัวเองว่าเอดา